ก่อนปี พ.ศ. ๒๔๒๐ ในกฎหมายไทย ผู้หญิงเป็นทรัพย์สินของผู้ชาย — สามีขายภรรยาให้คนอื่นได้ พ่อขายลูกสาวได้ คนรุ่นใหม่ฟังแล้วอาจตกใจ แต่นี่ไม่ใช่นิยาย มันคือกฎหมายตราสามดวงที่ใช้บังคับจริง
เรื่องที่ทำให้กฎเปลี่ยน เริ่มจากผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ อำแดงเหมือน ผู้รักผู้ชายอีกคน แต่พ่อจะบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก เธอจึงร้องเรียนถึงรัชกาลที่ ๔ ด้วยตัวเอง
เสียงที่กล้าพอ
คดีของอำแดงเหมือนไม่ใช่คดีแรก แต่เป็นคดีที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงเห็นชัดว่ากฎหมายเก่ามีปัญหา — ลูกสาวอยู่ใต้อำนาจพ่อจนถึงวันแต่งงาน หลังแต่งงานก็อยู่ใต้สามี โดยไม่มี "เสียง" ของตัวเองในระบบกฎหมายเลย
“หญิงไทยเป็นควาย ที่ต้องไถนาให้คนอื่น โดยไม่มีสิทธิ์เลือกแม้แต่นาเดียว— สำนวนในประกาศปลดทาส
ผลที่ตามมา: ประกาศปลดทาส + ปลดเมีย
รัชกาลที่ ๔ ทรงตอบรับด้วยการออกประกาศหลายฉบับ ขณะที่รัชกาลที่ ๕ ทรงดำเนินต่อไปจนถึงการปลดทาสและไพร่อย่างถาวร — แต่จุดเริ่มของ "กฎหมายมองผู้หญิงเป็นคน" นั้น มาจากเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่กล้าพอจะส่งฎีกา
เรื่องนี้สอนอะไร
หนึ่ง — โครงสร้างที่ดูเป็นธรรมชาติในยุคหนึ่ง อาจเป็นความผิดพลาดในยุคถัดไป
สอง — กฎหมายไม่ได้เปลี่ยนเพราะคนใหญ่อยากเปลี่ยน แต่เปลี่ยนเพราะมีคนเล็กๆ กล้าฟ้องร้อง
สาม — สิทธิที่เรามีวันนี้ มีคนจ่ายเอาไว้ก่อนแล้ว
เรื่องของอำแดงเหมือนถูกเล่าซ้ำมากกว่า ๓.๒ ล้านครั้งบนแพลตฟอร์มต่างๆ เพราะมันเตือนเราว่า เสรีภาพ—ที่เราใช้ทุกวันโดยไม่คิด — ไม่ได้มาจากอากาศ แต่มาจากเสียงที่ใครคนหนึ่งกล้าพอจะส่งออกไป
อ้างอิง / อ่านต่อ
- ประกาศปลดทาส รัชกาลที่ ๔–๕ (เอกสารต้นฉบับจดหมายเหตุแห่งชาติ).
- นิธิ เอียวศรีวงศ์. การเมืองไทยสมัยพระจอมเกล้าฯ.
บรรณาธิการเด็กพุทธ
ทีมเขียนประจำของเด็กพุทธ — เราสนใจพุทธในฐานะเครื่องมือความคิด ไม่ใช่พิธีกรรม ชวนคุณอ่านต่อได้ทุกสัปดาห์